UFABETWIN สำรวจความคิด : เทิดศักดิ์ ใจมั่น…กุนซือผู้ปลุกปั้นอุทัยธานีสู่ทีมไร้คู่ต่อกรในไทยลีก 3

Posted on พฤศจิกายน 21, 2022พฤศจิกายน 22, 2022Categories ข่าวฟุตบอล

เทิดศักดิ์ ใจมั่น นี่คือชื่อที่แฟนฟุตบอลทั่วประเทศรู้จักกันดี ในฐานะตำนานกองกลางทีมชาติไทย ผู้ถือเป็นหนึ่งในนักเตะทักษะดีที่สุดที่ประเทศนี้เคยมีมา จนสามารถพาตัวเองออกไปประสบความสำเร็จในต่างประเทศตั้งแต่ในวันที่ไทยลีกยังไม่บูม

แต่ในช่วงหลายปีหลังผู้ชายที่แฟนฟุตบอลไทยเรียกกันติดปากว่า “น้าเทิด” อาจหายไปจากความทรงจำของใครหลายคน เพราะเจ้าตัวเลือกเดินทางตามหาความความสำเร็จบนเส้นทางสายกุนซืออย่างเงียบ ๆ กับทีมในระดับลีกรองที่ไม่มีสื่อกระแสหลักสนใจมากนัก

อุทัยธานี เอฟซี ทีมฟุตบอลขนาดเล็กจากศึกไทยลีก 3 โซนภาคเหนือ คือบ้านหลังปัจจุบันของเฮดโค้ชวัย 48 ปี อดีตมิดฟิลด์ชื่อดังร่วมหัวจมท้ายกับทีมนี้มาแล้ว 2 ฤดูกาล จาก 2 ลีก โดยเป็นส่วนหนึ่งของทีมในฤดูกาลที่ตกชั้น และเป็นส่วนสำคัญในวันที่ทีมคว้าแชมป์

ทัพช้างป่าห้วยขาแข้งสร้างกระแสในวงการฟุตบอลไทย หลังคว้าแชมป์ไทยลีก 3 โซนภาคเหนือ แบบม้วนเดียวจบ โดยทิ้งห่างอันดับสองในวันที่คว้าแชมป์ถึง 12 แต้ม และที่เซอร์ไพรส์ไปกว่านั้นคือ บรรดาขุนพลของ อุทัยธานี เอฟซี เต็มไปด้วยนักเตะอาวุโสที่มีชื่อเสียงในวงการฟุตบอลไทยมาอย่างยาวนาน

ไม่ว่าจะเป็น ดัสกร ทองเหลา, มงคล ทศไกร, วัฒนา พลายนุ่ม, กีรติ เขียวสมบัติ, สุทธินันท์ พุกหอม, จิตปัญญา ทิสุด และ ณรงค์ จันทร์เสวก ทั้งหมดต่างเดินทางมารวมตัวกันเพื่อช่วยให้ทีมฟุตบอลแห่งนี้เลื่อนชั้นกลับสู่ไทยลีก 2 อีกครั้ง

จะพาไปสำรวจความคิดของ เทิดศักดิ์ ใจมั่น แม่ทัพคนปัจจุบันของอุทัยธานี เอฟซี ถึงบทเรียนที่เขาได้รับจากช่วงเวลากับทีมหนแรก, แนวทางการทำทีมอันเป็นเบื้องหลังของความสำเร็จ และการร่วมงานกับนักเตะรุ่นเก๋าในลีกฟุตบอลอาชีพระดับต่ำสุดของประเทศไทย

ช่วยเล่าให้เราฟังหน่อยว่า อะไรทำให้ เทิดศักดิ์ ใจมั่น ตัดสินใจรับตำแหน่งเฮดโค้ชของอุทัยธานี เอฟซี ถึงสองครั้ง

ย้อนกลับไปปี 2020 ตอนนั้นผมทำงานเป็นผู้ช่วยโค้ชให้กับมาสเซอร์จเด็จ (จเด็จ มีลาภ) อยู่ที่การท่าเรือ หลังจากมาสเซอร์จเด็จลาออก ผมจึงตัดสินใจลาออกมาด้วย พอลาออกมาได้เดือนเดียวทางอุทัยธานีก็ติดต่อมาหา ชวนให้ผมเข้ามาคุมทีมซึ่งฤดูกาลที่แล้วเล่นอยู่ในไทยลีก 2

ก่อนที่ผมจะเข้ามา อุทัยธานี ยังไม่ชนะใครเลยมีแต่เสมอกับแพ้ ทางทีมก็วางเป้าหมายและคุยกับผมว่าต้องทำอย่างไรทีมถึงจะรอดตกชั้น ผมก็มองว่าถ้าเราพยายามสร้างแรงจูงใจกับผู้เล่นหลายคนให้พวกเขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือทีม มันก็น่าลองดูว่าเราจะพาทีมก้าวไปได้ถึงไหน

 

UFABETWIN

ช่วงแรกที่ผมเข้ามาทำงาน ทีมก็ยังมีแต่เสมอกับแพ้อยู่เหมือนเดิม จนกระทั่งช่วง 3 นัดสุดท้ายของเลกแรก ผมสามารถพาทีมชนะ 2 นัด เสมออีก 1 นัด มันก็ทำให้เรากลับมามีลุ้นหนีตกชั้นอีกครั้ง แต่ด้วยเหตุผลอะไรบางอย่างทำให้ผมตัดสินใจลาออกจากทีม

หลังจากนั้นผมก็ยังได้พูดคุยกับทางสโมสรมาตลอด เพราะอุทัยธานีอยากให้เข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการอคาเดมี เมื่อทีมหล่นลงมาไทยลีก 3 ทางผู้ใหญ่ก็มีเป้าหมายอยากให้ทีมเลื่อนชั้นกลับไปไทยลีก 2 ภายในปีเดียว เขาก็โทรมาถามว่า “น้าทำได้ไหม ?” ผมก็ตอบว่า ทำได้ครับ แต่คราวนี้ผมต้องขอดูตัวผู้เล่นก่อน

อะไรคือเหตุผลที่ทำให้คุณลงมารับงานกับอุทัยธานีในไทยลีก 3 ทั้งที่ก่อนหน้านี้คุณมีประสบการณ์คุมทีมไทยลีกอย่าง ชลบุรี เอฟซี

ผมมองว่าการเป็นโค้ช เราต้องรู้จักหาประสบการณ์ ไม่สำคัญว่าจะเป็นลีกไหน ไทยลีก, ไทยลีก 2 หรือ ไทยลีก 3 เราก็ต้องเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการเป็นโค้ชของเรา ทั้งหมดมันเป็นการฝึก ทุกอย่างคือการเรียนรู้ เรื่องนี้ผมว่าคือสิ่งสำคัญ

ในสายตาของผมโค้ชทุกคนต้องการชัยชนะ แม้จะมีปรัชญาการทำทีมไม่เหมือนกัน แต่ท้ายที่สุดทุกคนต้องการความสำเร็จ ทุกคนต้องการความยั่งยืน ผมไม่คิดว่ามันขึ้นอยู่กับระดับของลีกแต่ขึ้นอยู่กับแนวทางของสโมสร ซึ่งแต่ละที่จะไม่เหมือนกัน อย่าง ชลบุรี คือทีมที่อยากปั้นเด็ก ถ้าทำผลงานดีจึงถือว่าเป็นโบนัส ส่วน บุรีรัมย์ เป้าหมายของเขาคือต้องคว้าแชมป์ลีกทุกปี

เวลาผมไปรับงานผมแค่ต้องรู้ว่าสโมสรต้องการอะไร เราจะเลือกผู้เล่นประมาณไหนหรือผู้เล่นของทีมมีความเหมาะสมกับเป้าหมายที่ทีมตั้งไว้มากแค่ไหน

คุณจะเรียนรู้อะไรบ้างจากการคุมทีมอุทัยธานีรอบแรก ช่วยเล่าประสบการณ์ตรงนั้นให้เราฟังหน่อย

ถ้าถามว่าบทเรียนสำคัญอะไรที่ผมเรียนรู้ สิ่งนั้นคือการทำทีมโดยที่เราไม่ได้เลือกตัวผู้เล่นเองตั้งแต่แรก คือฤดูกาลที่แล้วผมไม่ได้ทำงานร่วมกับทีมตั้งแต่ต้น ผมเข้ามารับงานในช่วงระหว่างฤดูกาล ซึ่งการทำทีมฟุตบอลเนี่ยถ้าเราได้เลือกตัวผู้เล่นเอง ได้เลือกสิ่งที่ต้องการเอง ได้เลือกแพตเทิร์นของเราเอง ผมว่ามันเป็นเรื่องที่ดี โค้ชทุกคนก็อยากเป็นแบบนั้น

แต่ประเด็นตอนนั้นอยู่ที่ว่า เรารับงานมาแล้วก็ต้องทำให้มันดีที่สุด มันไม่มีข้อแก้ตัวว่าผมไม่ได้เลือกตัวมาเอง เรื่องนั้นไม่เกี่ยว เมื่อเรารับงานมาทำแล้วเราต้องทำให้ได้ แต่ถ้าทำไม่ได้ ผมก็ต้องแสดงความรับผิดชอบ

แล้วคุณมองว่าการเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่ตกชั้นเมื่อฤดูกาลก่อน ถือเป็นความล้มเหลวในอาชีพโค้ชหรือไม่?

สำหรับผลงานในฤดูกาลก่อนถ้าถามผมว่าล้มเหลวไหม ผมว่าจะพูดแบบนั้นก็พูดได้ไม่เต็มปากนะ เพราะถ้าผมล้มเหลวจริงนั่นคือทีมของเราต้องแพ้ทั้งหมด แต่ผมพาทีมคว้าชัยชนะได้หลายนัดเพียงแค่เราอาจจะแพ้เยอะกว่าหรือเสมอมากหน่อย ซึ่งการที่ผมสามารถช่วยให้อุทัยธานีที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยชนะใครเลยสามารถกลับมามีลุ้นหนีตกชั้นได้ ผมไม่คิดว่านี่เป็นผลงานที่ล้มเหลว

กดดันมากน้อยแค่ไหนกับการกลับมาคุมอุทัยธานีหนที่สอง เพราะเป้าหมายครั้งนี้แตกต่างออกไปจากเดิมมาก เพราะรอบแรกคือหนีตกชั้น ส่วนปัจจุบันคือต้องการเลื่อนชั้นสู่ไทยลีก 2

ผมเชื่อว่าโค้ชฟุตบอลไทยทุกทีมพวกเขามีความกดดันกันทุกคน คุณคุมทีมหนีตกชั้นคุณก็กดดัน คุณคุมทีมในระดับลุ้นแชมป์คุณก็กดดัน คือมันกดดันเท่ากันหมด แต่ความแตกต่างอยู่ที่ว่าคุณจะรับมือกับความกดดันนี้ได้มากน้อยแค่ไหน

วงการฟุตบอลมันมีแค่สามอย่างคือ ชนะ เสมอ และแพ้ วันนี้เราอาจจะแพ้แต่พรุ่งนี้เราอาจจะชนะ การจะบอกว่าเราต้องคว้าชัยชนะทุกแมตช์เรื่องนั้นมันเป็นไปไม่ได้ ผมจึงมองว่าฟุตบอลมันคือความท้าทาย ไม่ว่าจะคุมทีมลุ้นเลื่อนชั้นหรือหนีตกชั้น โจทย์สำคัญคือคุณต้องมีการวางแผนและเตรียมทีมที่ดี

อะไรคือส่วนสำคัญที่สุดในการสร้างทีมตามปรัชญาฟุตบอลของคุณ

สำหรับผมการสร้างทีมฟุตบอลที่ดีตัวผู้เล่นสำคัญอันดับหนึ่งไม่มีอะไรสำคัญมากกว่านี้ เพราะว่าผลงานในสนามเกิดจากผู้เล่นลงไปเตะฟุตบอลในสนาม ในความคิดของผมผู้เล่นจึงเป็นส่วนสำคัญที่สุด เราต้องวางแผนก่อนว่าตัวผู้เล่นในฤดูกาลนี้จะต้องเป็นไปในแนวทางแบบไหน เราต้องการมีผู้เล่นที่สามารถพยุงทีมหรือทำให้ทีมมันเดินต่อไปได้มากน้อยแค่ไหน

 

ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับการติดกระดุมเม็ดแรก ถ้าติดเม็ดแรกถูกทุกอย่างที่ตามมามันก็ถูก แต่ถ้าติดกระดุมเม็ดแรกผิดถึงเราจะลงมือแก้ไขความผิดพลาดมันก็คือการแก้ไขไปเรื่อย ดังนั้นการเลือกตัวผู้เล่นจึงสำคัญมาก เช่นเดียวกับการประเมินเป้าหมายของเราให้ถูก บางทีเราอาจจะเลือกผู้เล่นผิดก็ได้ในตอนแรก แต่ในเลกที่สองเราก็ยังสามารถจะปรับเปลี่ยนได้

สิ่งสำคัญคือเราต้องมีเป้าหมายชัดเจนไว้ก่อนว่าเราอยากไปตรงไหนในฤดูกาลนี้ อย่างเป้าหมายของอุทัยธานีในฤดูกาลปัจจุบันคือเลื่อนชั้น ผมก็รู้แล้วว่าต้องเซ็นตัวประเภทไหน ถ้าเป้าหมายของผมอยู่ที่กลางตาราง ผมก็รู้แล้วว่าผมต้องเอาตัวประเภทไหนมา บางทีเราอาจจะเลือกผู้เล่นผิดก็ได้ในตอนแรก แต่ถ้าเรารู้เป้าหมายของตัวเองชัดเจนเลกที่สองมันก็ยังสามารถปรับเปลี่ยนได้

คุณคว้าตัวนักเตะชื่อดังที่อายุมากหลายคนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอุทัยธานี อะไรคือเหตุผลที่ทำให้คุณเซ็นสัญญานักเตะเหล่านี้เข้ามาสู่ทีม

ถ้าถามผมเรื่องตัวผู้เล่นตอนเปิดตัวนักเตะที่เราเซ็นมา แฟนบอลเขาก็มองว่าผู้เล่นส่วนใหญ่เป็นนักเตะชื่อดังก็จริงแต่ก็เป็นคนอายุเยอะ ซึ่งในมุมมองของผมฟุตบอลมันไม่เกี่ยวกับอายุ ทุกอย่างวัดกันจากผลงานในสนาม ผลงานในสนามสำคัญที่สุด ถึงคุณจะอายุ 50 หรือ 60 ปี แต่ถ้าคุณยังเล่นฟุตบอลเก่งกว่าคนอายุ 18 ผมก็เลือกเขา

เหมือนที่ผมบอกไปก่อนหน้านี้ว่า สิ่งสำคัญคือเราต้องมองเป้าหมายของเราให้ถูกต้อง ซึ่งเป้าหมายของอุทัยธานีคือ ผู้บริหารอยากเลื่อนชั้นภายในปีเดียว ถ้าเป้าหมายของเราเป็นการพัฒนาทีมในระยะยาว แน่นอนว่าเราต้องใช้เด็ก แต่ในเมื่อเป้าหมายของทีมเป็นแบบนี้เราก็ต้องยึดเรื่องนั้นเป็นสำคัญ

สำหรับฤดูกาลนี้ผมก็พออาศัยน้องที่รู้จักกันซึ่งสามารถดึงตัวเขามาเล่นได้ คือเราต้องเข้าใจก่อนว่ามันเป็นเรื่องยากถ้าผมจะเอาผู้เล่นจากไทยลีกหนึ่งลงมา โดยเฉพาะผู้เล่นจากสโมสรใหญ่ เพราะว่าน้อง ๆ หลายคนเขายังไม่อยากลงมา เขายังอยากเล่นไทยลีกอยู่ เรื่องนี้ผมเข้าใจดี

เราก็ต้องมองหานักเตะที่สามารถลงเล่นในระดับนี้ได้ สามารถพยุงทีมได้ตลอดรอดฝั่ง สามารถรับมือกับฟุตบอลในไทยลีก 3 ได้ เพราะผมต้องการสร้างขุมกำลังที่สามารถจะสู้กับทุกทีมในลีกได้

แต่ที่พูดมาทั้งหมดไม่ได้หมายความว่าผมไม่ใช้เด็ก เพราะเราก็มีเด็กในทีมเยอะเพื่อสร้างความสมดุลให้เกิดขึ้นกับทีมมากที่สุด เมื่อบวกกับโควตาของฟุตบอลไทยลีก 3 ที่ต้องส่งผู้เล่นต่ำกว่า 23 ปีลงสองคน ผมจึงต้องส่งผู้เล่นเหล่านั้นลงสนามตามกฎ ซึ่งเรามีผู้เล่นส่วนนี้อยู่ประมาณ 7-8 คนไว้ในทีม

ผมเห็นหลายทีมนะที่ให้เด็กลงไปเล่น 5 นาทีแล้วเปลี่ยนออก ซึ่งผมจะไม่ทำอย่างนั้น ถ้าเขาพิสูจน์ว่าตัวเองเล่นได้ ผมจะให้เขาเล่นตลอดทั้งเกมเพื่อเป็นการพัฒนาเด็กไปด้วยในตัว

อะไรคือสิ่งที่คุณมองหาในบรรดาผู้เล่นที่คุณดึงตัวเข้ามาสู่ทีม

ผมมองว่านักฟุตบอลทุกคนที่ผมเลือกมา ถึงจะเป็นคนมีประสบการณ์ เป็นคนมีอายุเยอะ พวกเขาก็เป็นคนที่อยากจะเล่นฟุตบอลตลอดเวลา อยากจะพัฒนาตัวเองตลอดเวลา อยากจะพิสูจน์ฝีเท้าให้ทุกคนเห็นว่าพวกเขาไม่ใช่ผู้เล่นที่มีอายุเยอะ

มีหลายคนมองว่าตัวผู้เล่นของผมมันเป็นตัวระดับไทยลีก แต่พูดกันตรง ๆ ถ้านักเตะเหล่านี้เป็นตัวระดับไทยลีกจริงเขาไม่ลงมาเล่นให้ทีมผมหรอกครับ เขาก็ไปเล่นในไทยลีกแล้ว มันไม่มีนักบอลที่ไหนอยากเล่นลีกต่ำกว่า ถ้าเป็นผม ผมก็อยากเล่นไทยลีก

นักเตะที่ผมเลือกมาจึงเป็นคนที่อยากจะเล่นฟุตบอลจริง ๆ พวกเขาอยากจะโชว์ฝีเท้า อยากจะแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสโมสร ถ้าคุณลองไปถามนักฟุตบอลแต่ละคนของอุทัยธานี ทุกคนจะบอกว่าเขามาอยู่ที่นี่แล้วเขามีความสุข บรรยากาศในทีมของเราดีมาตลอดทั้งฤดูกาล เพราะทุกคนมีความมุ่งมั่น มีเป้าหมายเดียวกัน ซึ่งมันก็ตรงกับที่ผมย้ำว่า เป้าหมายของทีมคือสิ่งสำคัญ เราต้องสร้างแรงกระตุ้น สร้างเป้าหมายให้กับทีม สร้างเป้าหมายให้ผู้เล่นเห็นตรงกัน

ทุกคนรู้ดีว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะควบคุมนักเตะอาวุโส อะไรคือเคล็ดลับของคุณในการควบคุมนักเตะเหล่านี้

การควบคุมนักเตะอายุเยอะไม่ใช่เรื่องง่าย มันสำคัญว่าเราจะหาวิธีคุยกับเขาอย่างไร ทำให้เขาให้ใจเราได้อย่างไร ตัวผมเป็นคนที่มีอะไรก็คุยกันเหมือนพี่น้อง นอกสนามเราสนุกสนานกัน แต่เวลาทำงานเราก็จริงจัง ถ้าจะดุด่าว่ากล่าวก็ว่ากันต่อหน้าเลย ไม่ใช่พูดกันลับหลัง

ผมจะบอกกับน้องในทีมทุกคนว่า ถ้าคุณเล่นไม่ดีคือเล่นไม่ดี คุยกันตรงนั้นเลย จะได้เข้าใจตรงกันทั้งหมดว่าหน้าที่ของคุณคือเล่นให้เต็มที่ ผมจะไม่ชมว่านักเตะของผมเล่นดีทั้ง ๆ ที่วันนี้คุณเล่นไม่ดี เราไปพูดแบบนั้นไม่ได้ คือนักฟุตบอลทุกคนชอบคำชมจากโค้ชหมด แต่คำชมแบบนี้มันเหมือนกับไปทำร้ายเขาทีหลัง

 

UFABETWIN

 

ผมเห็นผู้เล่นทุกคนสำคัญ ผมถึงบอกว่าฟุตบอลมันไม่มีเด็กไม่มีผู้ใหญ่ ไม่มีกฎที่ไหนบอกว่านักฟุตบอลรุ่นใหญ่ห้ามวิ่ง ผู้ใหญ่ก็ต้องวิ่งเหมือนเด็ก ถ้าคุณไม่วิ่งคุณคือคนแก่ แต่ถ้าคุณวิ่งคุณไม่ใช่คนแก่ แค่นั้นเอง ถ้าคุณวิ่งสู้กับเด็กได้หรือคุณแสดงให้เด็กรู้ว่าคุณสามารถวิ่งได้มากกว่า มันก็ไม่มีอะไรแตกต่าง อายุของนักฟุตบอลแต่ละคนไม่ใช่ตัวตัดสิน สุดท้ายผลงานในสนามสำคัญที่สุด

คุณภูมิใจมากแค่ไหนกับผลงานของ อุทัยธานี เอฟซี ในฤดูกาลนี้

สิ่งที่ผมพอใจมากในฤดูกาลนี้คือ อุทัยธานี สามารถคว้าแชมป์โซนเหนือ ก่อนการแข่งขันจบถึง 4 แมตช์ ซึ่งผมมองว่าเป็นผลงานที่ไม่มีทีมไหนทำได้ในรอบหลายปี

แต่ผลงานสำคัญที่มันตอบแทนความทุ่มเทของเราคือการผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายในฟุตบอลถ้วยทั้งสองรายการ ซึ่งตอนนั้น มีหลายคนพูดกันเยอะมากว่าทีมอุทัยธานีมาจากไหน ไม่มีใครคิดว่าทีมแบบนี้จะผ่านเข้ามารอบนี้ได้ เพราะเรามีแต่ผู้เล่นอายุเยอะ

ถ้าผมเป็นคนนอกผมก็เซอร์ไพรส์นะ เฮ้ย ทีมนี้มันมาจากไหน ก่อนจะเตะมีแต่คนตั้งคำถาม มีแต่คนบอกว่าสู้เขาไม่ไหวหรอก แต่ฟุตบอลมันอยู่ที่ผลงานในสนาม เราแสดงให้เห็นว่าเราสามารถชนะหนองบัวได้ เราสามารถชนะเมืองทองไปกลับ คือถ้าจะบอกว่าฟลุ๊ค ผมว่ามันก็ไม่น่าใช่ละ

พูดตามตรงตัวผมเองก็ยังไม่คาดคิดว่าทีมเราต้องชนะเมืองทองทั้งสองแมตช์ เพราะอุทัยธานีเป็นทีมเล็ก เราเป็นทีมไทยลีก 3 เราเป็นทีมที่ผู้เล่นอายุเยอะ ส่วนเมืองทองเป็นทีมที่อยู่ไทยลีกมานาน คว้าแชมป์มาไม่รู้กี่สมัย จะบอกว่าเขาไม่คาดหวังกับฟุตบอลถ้วยมันเป็นไปไม่ได้ พวกเขาหวังแน่นอน เรื่องนี้ทำให้ผมภูมิใจมากที่สามารถเก็บชัยชนะมาได้

หากเลือกสักหนึ่งปัจจัยที่ทำให้อุทัยธานีประสบความสำเร็จแบบทุกวันนี้ คุณจะเลือกอะไร

ความกระหายที่จะลงเล่น กับ ความร่วมแรงร่วมใจ ถ้าคุณเก่งทั้งทีมแต่คุณไม่อยากจะเล่น มันไม่มีทางหรอกครับที่จะชนะทีมที่เขาอยากจะเล่นฟุตบอล ผมว่ามันเท่ากัน ความตั้งใจ ความมุ่งมั่น คือสิ่งสำคัญที่สุด

อะไรคือเป้าหมายต่อไปของ เทิดศักดิ์ ใจมั่น บนเส้นทางเฮดโค้ช

ตอนนี้ผมแค่อยากพาอุทัยธานีขึ้นไปไทยลีก 2 หลังจากนั้นเราค่อยมาคุยเรื่องเป้าหมายอื่นกัน เพราะความเปลี่ยนแปลงในฟุตบอลไทยมันเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ผมก็ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผมอาจจะไม่ได้คุมอุทัยธานีในไทยลีก 2 ก็ได้ เรื่องนี้ไม่มีใครรู้

ผมแค่อยากทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุดพอ ทุ่มเททุกอย่างให้เต็มที่ ทำให้สมกับที่เขาจ่ายเงินเดือนให้เรา การทำงานไม่ต้องคิดอะไรมาก เขาให้เงินเดือนเราเราก็ทำงานตอบแทนเขาให้เต็มที่แค่นั้นเอง

UFABETWIN

UFABETWIN ไม่ใช่เพราะโดนสาป : เรื่องเงินทองนอกสนามทำ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่เห็นคุณค่าของการเป็นแชมป์

Posted on พฤศจิกายน 9, 2022พฤศจิกายน 9, 2022Categories ข่าวฟุตบอล

“ผมคิดว่าคงมีบางคนสาปแช่งพวกเราอยู่ ผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เราควรจะคว้าแชมป์ได้มากกว่านี้ ลุ้นถ้วยใหญ่ได้มากกว่านี้ แต่ผมไม่รู้ว่าทำไมทีมชุดนี้ถึงทำผลงานไม่ได้ตามเป้า”

ดาบิด เด เคอา ผู้รักษาประตูของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลั่นวิวาทะที่เป็นไวรัล หลังจากเขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดต้นสังกัดของเขาถึงร้างความสำเร็จเป็นเวลายาวนาน

ไม่มีสิ่งใดบนโลกเกิดแบบไม่มีเหตุผล ความสำเร็จในสนามที่ไม่เกิดขึ้นของแมนฯ ยูไนเต็ด ก็มีเหตุผลเช่นกัน นั่นเป็นเพราะสโมสรแห่งนี้หันไปเดินหน้าล่าความสำเร็จนอกสนามอย่างเต็มตัว

ขณะที่ทีมปีศาจแดงโกยเม็ดเงินแบบไม่หยุดหย่อน เหตุใดพวกเขาถึงไปทุ่มเทกับการสร้างรายได้นอกสนาม แทนที่จะเป็นการคว้าแชมป์ในสนาม

ความรุ่งเรืองที่มาแบบถูกเวลา

แฟนปีศาจแดงพันธุ์แท้คงรู้ดีว่า จุดเริ่มต้นความยิ่งใหญ่ในยุคฟุตบอลสมัยใหม่ของสโมสรแห่งนี้ เริ่มต้นในฤดูกาล 1992-93 ซึ่งเป็นปีแรกที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศอังกฤษมาครองได้เป็นสมัยแรก ในยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก่อนจะมีอีกหลายสมัยตามมาหลังจากนั้น

อย่างไรก็ตามฤดูกาล 1992-93 ไม่ใช่แค่จุดเริ่มต้นความยิ่งใหญ่ของทีมปีศาจแดง แต่เป็นปีแรกที่ฟุตบอลลีกสูงสุดอังกฤษได้ทำการรีแบรนด์จาก “ดิวิชั่น 1” สู่ “พรีเมียร์ลีก”

ในทางปฏิบัติ การเปลี่ยนจากดิวิชั่น 1 ก้าวสู่พรีเมียร์ลีก คือการปฏิวัติวงการฟุตบอลของประเทศอังกฤษ กับการเปิดยุคใหม่ที่แสดงให้เห็นว่า หลังจากนี้ฟุตบอลคือธุรกิจเต็มตัว และเรื่องเงินทองจะเข้ามามีบทบาทสำคัญกับเกมลูกหนังนับจากนี้เป็นต้นไป

ต้องขอบคุณอิทธิพลจาก มาร์กาเร็ต แทตเชอร์ อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงของอังกฤษ ผู้ซึ่งเปลี่ยนประเทศแห่งนี้ให้เปิดรับระบบทุนนิยมอย่างเต็มตัวในช่วงยุค 80s ซึ่งนอกจากทำได้สำเร็จผลจนช่วยให้เศรษฐกิจของแดนผู้ดีกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง โมเดลนั้นก็ถูกนำมาใช้กับเกมลูกหนังด้วยเช่นกัน

พรีเมียร์ลีกเปิดโอกาสให้สโมสรฟุตบอลอังกฤษเข้าถึงเงินทุนจำนวนมาก ทั้งจากลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด, รายได้จากสปอนเซอร์, รวมถึงค่าตั๋วเข้าชมที่พุ่งสูงขึ้นเป็นหลายเท่าตัวจากอดีต

แม้ว่าแฟนบอลท้องถิ่นหลายคนจะหมดสิทธิ์ใกล้ชิดกับเกมของทีมรักในสนาม เพราะการเปลี่ยน “กีฬา” ให้กลายเป็น “ธุรกิจ” แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า บางสโมสรก็ได้ใช้โอกาสนี้ในการสร้างความยิ่งใหญ่นอกสนาม หนึ่งในนั้นคือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ทัพปีศาจแดงมีต้นทุนที่ดีกว่าทีมอื่นอย่างมาก ในฐานะยอดทีมฟุตบอลแห่งยุค 90s หลังจากคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ถึง 7 สมัย ใน 10 ปีแรกของลีก รวมถึงการคว้าแชมป์ 3 รายการสุดสนั่นโลกในปี 1998-99 ที่เหมาทั้ง พรีเมียร์ลีก, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และ เอฟเอ คัพ

นอกจากจะมีความสำเร็จติดมือตลอดเวลา แมนฯ ยูไนเต็ด ยังเป็นทีมที่เต็มไปด้วยนักฟุตบอลที่มีคาแร็กเตอร์จัดจ้านและน่าหลงไหลในแบบที่ต่างกันออกไป ทั้ง ปีเตอร์ ชไมเคิล, เอริค คันโตน่า, รอย คีน, ไรอัน กิ๊กส์, พอล สโคลล์ หรือ เดวิด เบ็คแฮม

เรียกได้ว่าถึงจะเป็นแฟนปีศาจแดงเหมือนกัน แต่แฟนบอลจำนวนมากต่างมีฮีโร่ในใจที่ต่างกันออกไป ซึ่งการมีนักฟุตบอลที่โดดเด่นในหลายทิศทางสามารถดึงดูดแฟนบอลให้เข้าหาทีมได้จากหลายกลุ่มตลาด ซึ่งส่งผลสำคัญให้กลุ่มแฟนบอลของ แมนฯ ยูไนเต็ด มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว

แต่ปัจจัยที่ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด โด่งดังเป็นพลุแตกไปทั่วโลกเหนือสโมสรฟุตบอลอื่น ไม่ใช่เพราะพวกเขามีต้นทุนที่ดีเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะพวกเขามาเก่งแบบถูกที่ถูกเวลา

หากลีกฟุตบอลอังกฤษกลายเป็นลีกธุรกิจทุนนิยมตั้งแต่ยุค 70s หรือ 80s ทีมฟุตบอลเบอร์ 1 ที่จะโกยเงินเข้ากระเป๋าคงเป็น ลิเวอร์พูล ยอดทีมจากยุคสมัยนั้น ไม่ใช่ แมนฯ ยูไนเต็ด แต่ความจริงก็คือทีมปีศาจแดงขึ้นมาโด่งดังในจังหวะที่พอเหมาะพอเจาะสุด ๆ กับการเริ่มต้นในการเปลี่ยนฟุตบอลจากกีฬาให้เป็นธุรกิจ

การเริ่มต้นยุคสมัยของพรีเมียร์ลีกไม่ใช่แค่การเปลี่ยนฟุตบอลอังกฤษกับปัจจัยแค่ในประเทศ แต่ส่งอิทธิพลไปทั่วโลก เพราะพรีเมียร์ลีกกลายเป็นลีกฟุตบอลลีกแรกที่กล้าทำการตลาด ส่งลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดไปทั่วทุกมุมโลก พยายามเจาะตลาดวงการลูกหนังประเทศอื่น ซึ่งย้อนไปในเวลานั้นไม่มีวงการฟุตบอลไหนคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน

ในหลายประเทศฟุตบอลอังกฤษหาดูได้ง่ายกว่าฟุตบอลในประเทศ ใช้คุณภาพเกมที่ดีกว่ามัดใจคนในพื้นที่ต่าง ๆ จนเสพติดการแข่งขันพรีเมียร์ลีกแบบงอมแงม ชนิดที่เรียกว่ากลายเป็นลีกฟุตบอลอันดับ 1 ของหลายประเทศ ต่อให้ไม่ได้แข่งขันในประเทศนั้น ๆ ก็ตาม

นี่คือแต้มต่อของสโมสรฟุตบอลในอังกฤษที่เหนือกว่าทีมจากเยอรมัน, สเปน หรือ อิตาลี จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ในช่วงยุค 90s มาถึงต้นยุค 2000s จะมีแฟนบอลของสโมสรในอังกฤษเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น ลิเวอร์พูล, อาร์เซน่อล, เชลซี, นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด หรือ ลีดส์ ยูไนเต็ด

 

UFABETWIN

 

ทั้งที่ความเป็นจริงในตอนนั้นนักเตะฝีเท้าคุณภาพเยี่ยมของโลกรวมตัวกันอยู่ที่ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี มากกว่าด้วยซ้ำไป แต่เรื่องความนิยมของลีกในระดับโลก ลีกจากอิตาลีเทียบพรีเมียร์ลีกไม่ติดเลย

แต่ไม่มีทีมไหนในอังกฤษจะโด่งดังไปมากกว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพราะในฐานะทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะเป็นที่ชื่นชอบของแฟนลูกหนังมากกว่าทีมอื่น และความยิ่งใหญ่ของทีมปีศาจแดง ในยุคบุกเบิกของพรีเมียร์ลีกคือรากฐานสำคัญที่ทำให้สโมสรแห่งนี้มีความแข็งแกร่งด้านธุรกิจอย่างมากมาจนถึงปัจจุบัน

ยุคทองของปีศาจแดง

จุดแข็งข้อสำคัญของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตั้งแต่ไหนแต่ไร คือการผูกสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับแฟนบอล สิ่งนี้มันอยู่ใน ของสโมสร ซึ่งเมื่อเข้าสู่ยุคทุนนิยม ข้อดีตรงนี้ก็กลายเป็นอาวุธหลักที่ทีมปีศาจแดงสามารถสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งและมีอิทธิพลเหนือแฟนบอลของพวกเขาเอง

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือสโมสรแรกที่เปลี่ยนเรื่องราวของฟุตบอลให้เป็นการตลาดที่ดึงดูดแฟนลูกหนังจากทั่วโลกให้มาเสียเงินให้แก่ทีม ไม่ว่าจะเป็นการสร้างบรรยากาศสนามในวันที่มีการแข่งขันให้กลายเป็นสุดยอดประสบการณ์ความบันเทิงในสนามฟุตบอลที่เต็มไปด้วยความน่าตื่นตาตื่นใจและประสบการณ์อันแสนพิเศษที่จะพบไม่ได้ที่สนามอื่น

 

“แบรนด์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ใช่ทั้งแบรนด์กีฬาหรือความบันเทิงเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่มีความซับซ้อนมากกว่านั้น และซับซ้อนมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมหลังจากที่สโมสรเดินหน้าเข้าแสวงหาผลประโยชน์ทางธุรกิจเต็มตัวในศตวรรษที่ 21” ชอน ฮามิล อาจารย์สาขาธุรกิจกีฬา จากมหาวิทยาลัยลอนดอน อธิบายถึงช่วงเปลี่ยนผ่านของสโมสรแห่งนี้ในแง่ของธุรกิจ

สโมสรฟุตบอลแห่งนี้เรียกได้ว่าเป็นทั้งเบอร์ 1 ทั้งในและนอกสนาม เพราะไม่ใช่แค่กวาดถ้วยแชมป์ไม่หยุด หลังจากเข้าสู่ยุค 2000s แมนฯ ยูไนเต็ด กลายเป็นทีมฟุตบอลที่ได้กำไรมากที่สุดติดต่อกันหลายปี

นอกจากนี้ทีมยังทำกำไรติดต่อกันทุกปีระหว่างช่วงปี 1996 ถึง 2006 ทั้งที่ในช่วงเวลานั้นค่าเฉลี่ยในการทำธุรกิจสโมสรฟุตบอลในพรีเมียร์ลีกคือการขาดทุนอย่างน้อยหลายสิบล้านปอนด์ แต่ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังคงโกยกำไรเข้าสู่ทีมอย่างไม่หยุดหย่อน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้รับการยกย่องว่าเป็นต้นแบบของการทำธุรกิจสโมสรฟุตบอล ทั้งการเปลี่ยนสนามกีฬาให้กลายเป็นสถานที่มอบความบันเทิง, ผลงานที่ดีทำให้ทีมได้ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดมหาศาล ทั้งกับฟุตบอลในประเทศและฟุตบอลยุโรป

รวมถึงทีมปีศาจแดงยังโชว์ความหัวใสทางการค้า ด้วยการเป็นทีมแรก ๆ ที่สามารถต่อรองอำนาจกับแบรนด์สปอนเซอร์ต่าง ๆ เพื่อฟาดเงินทุนก้อนโตเข้าสโมสร

เช่น การเซ็นสัญญาเสื้อแข่งกับในปี 2002 มูลค่ารวม 300 ล้านปอนด์ เป็นสัญญาที่มีมูลค่ามากที่สุดในเวลานั้น (ก่อนจะทำลายสถิติสัญญาด้านเสื้อแข่งขันอีกหลายครั้งหลังจากนั้น) รวมถึงสัญญามหาศาลจากสปอนเซอร์คาดหน้าอก, สปอนเซอร์เสื้อซ้อม, สปอนเซอร์สนามซ้อม และอีกมากมายนับไม่ถ้วน

เรียกได้ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด มีหัวการค้าที่ก้าวล้ำนำสมัยทีมฟุตบอลอื่น ๆ ไปมากในยุคนั้น เครดิตสำคัญต้องยกให้กับ เดวิด กิลล์ ผู้บริหารชื่อดังที่เข้ามาทำงานกับทีมปีศาจแดงตั้งแต่ปี 1997 ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการเงิน และเขาก็นำความรู้ด้านการเงิน การตลาด เข้ามาเปลี่ยนสโมสรแห่งนี้จนกลายเป็นเบอร์ 1 ตัวจริงด้านธุรกิจ

หากให้สรุปสั้น ๆ ความสำเร็จด้านธุรกิจของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในอดีตมาจากความสำเร็จในสนามแข่งขันนำมาก่อน และพวกเขาก็มีแผนงานที่ดีพอจะนำข้อได้เปรียบเหล่านี้มาต่อยอดทางการค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพชนิดที่เรียกได้ว่าเข้าเป้าทุกดอก

การบริหารงานของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในอดีตไม่ใช่เรื่องยาก เพราะผลงานในสนามดูดีตลอดเวลาตราบใดที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน สุดยอดผู้จัดการทีมชาวสกอตแลนด์ยังกุมบังเหียนอยู่ ส่วนทีมงานนอกสนามก็หาวิธีการค้าใหม่ ๆ มามัดใจแฟน ๆ ได้เสมอ

อย่างไรก็ตามการอำลาทีมของเฟอร์กูสันในปี 2013 ก็ทำให้ความยิ่งใหญ่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

เหลือแต่เงิน ไม่มีถ้วย

ช่วงเวลาประมาณ 9 ปีที่ผ่านมา แฟนบอลปีศาจแดงต้องพบกับความจริงแสนช้ำว่า ผลงานในสนามของพวกเขาไม่ได้ยอดเยี่ยมเหมือนในอดีตอีกแล้ว

หลังจากการอำลาของเซอร์ อเล็กซ์ ทีมไม่ได้แตะถ้วยพรีเมียร์ลีกอีกเลย รวมถึงแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ด้วยเช่นกัน หรือความจริงที่เลวร้ายกว่านั้นคือ แค่จะลุ้นติด ไปเล่นฟุตบอลยุโรปถ้วยใหญ่ บางปีก็ต้องมาลุ้นกันเลือดตาแทบกระเด็น

ขณะที่ผลงานในสนามตกต่ำลง ทีมปีศาจแดงกลับยังคงไปได้สวยมาก ๆ กับผลงานนอกสนาม รายได้ของสโมสรยังคงพุ่งกระฉูด, สปอนเซอร์เข้าหาทีมพอ ๆ กับการคว้านักเตะใหม่, แถมมูลค่าของสโมสรก็ยังคงอยู่ในระดับสูง ไม่ใช่แค่ในวงการฟุตบอล แต่กับทั้งวงการกีฬา

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่เคยหลุด 10 อันดับแรกในฐานะทีมกีฬาที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก ซึ่งจัดโดย Forbes สื่อด้านธุรกิจและการเงินชื่อดัง ซึ่งเป็นหลักฐานที่เห็นได้โดยง่ายว่ายุคสมัยช่วง 10 ปีที่ผ่านมา สโมสรแห่งนี้ยังสามารถสร้างผลประโยชน์ทางธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง แม้ผลงานในสนามของทีมปีศาจแดงจะไม่เหมือนในอดีตก็ตาม

หากจะพูดว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ต้องพึ่งความสำเร็จในสนามเพื่อให้สโมสรก้าวหน้าในเส้นทางธุรกิจคงเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะทีมปีศาจแดงไม่ได้วางแผนเพียงแค่เรื่องในสนาม แต่รวมถึงเรื่องนอกสนามด้วยเช่นกัน

 

UFABETWIN

 

แมนฯ ยูไนเต็ด มีการจัดการทีมที่ยอดเยี่ยมในเรื่องธุรกิจ สโมสรแห่งนี้มีหน่วยงานของตัวเองที่แยกตัวออกมาทำงานอย่างชัดเจน ทั้งฝั่งที่ดูแลเรื่องสินค้า, ฝั่งกิจการด้านโทรทัศน์, ฝั่งแบรนด์ต่างประเทศ, ฝั่งสื่อสารกับแฟนบอล, ฝ่ายโฆษณา เรียกได้ว่ามีผู้เชี่ยวชาญที่มีความสามารถในแต่ละแขนงที่จะมาคอยบริหารจัดการให้ทีมปีศาจแดงยังคงประสบความสำเร็จด้านธุรกิจและรับมือได้กับทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

มีการศึกษาและพบว่า สโมสรดังจากอังกฤษได้แรงบันดาลใจในการเดินเกมด้านการค้ามาจากทีมเบสบอลชื่อดังอย่าง นิวยอร์ก แยงกีส์ ซึ่งมีเส้นทางคล้าย ๆ กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั่นคือเคยมีช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ในยุคทองของเบสบอล แต่ภายหลังผลงานร่วงหล่นไม่รุ่งเรืองเหมือนในอดีต

นิวยอร์ก แยงกีส์ คว้าแชมป์เวิลด์ซีรีส์ของลีกเบสบอล ได้เพียงสมัยเดียวในรอบ 21 ปีหลังสุด แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา เพราะแยงกีส์ยังคงเป็นทีมเบสบอลที่มีมูลค่าอันดับ 1 ของโลกมาอย่างยาวนาน และถ้ามองถึงทีมกีฬาในภาพรวม แยงกีส์ ไม่เคยหลุดจาก ของทีมกีฬาที่มีมูลค่าสูงสุดของโลกเลย ซึ่งถือว่าดีกว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยซ้ำ ทั้งที่ได้แชมป์น้อยกว่าทีมปีศาจแดงในช่วงเวลาเดียวกัน

วิธีการที่ แมนฯ ยูไนเต็ด นำมาจาก แยงกีส์ คือการทำอย่างไรก็ได้ให้แบรนด์ของทีมติดตลาดและกลายเป็นภาพจำของคน ชนิดที่เรียกว่าหากพูดถึงฟุตบอลก็ต้องนึกถึง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นทีมแรก

เราปฏิเสธไม่ได้ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ทำสำเร็จ นี่คือสโมสรฟุตบอลที่เรียกพื้นที่สื่อได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะก็มีแต่คนสนใจ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแบรนด์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทรงพลังมากพอที่จะทำให้แฟนลูกหนังจำนวนมากหันมาติดตามพวกเขาไม่ว่าจะเชิงบวกหรือลบ แต่สุดท้ายแล้วในโลกธุรกิจ ถ้ามีคนให้ความสนใจมากก็เท่ากับเม็ดเงินที่มากขึ้น

เห็นได้อย่างชัดเจนว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ตั้งใจชัดเจนกับการสร้างความสำเร็จทางการค้า จนแฟนบอลสามารถรู้สึกว่าจริงจังมากกว่าการสร้างทีมไปคว้าแชมป์ในเกมฟุตบอลเสียอีก

ถึงจะขัดใจแฟนบอล แต่นี่คือความจริงที่ต้องยอมรับว่าการสร้างทีมให้ประสบความสำเร็จทางธุรกิจคือหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของสโมสรแห่งนี้ ชนิดที่เรียกว่ามีเขียนไว้แบบโต้ง ๆ ในเว็บไซต์ของสโมสร

“เป้าหมายของเราคือการเพิ่มรายได้และกำไร ด้วยการขยายการเติบโตของธุรกิจ ที่จะช่วยเสริมสร้างแบรนด์, ฐานแฟนคลับในระดับโลก และความพร้อมด้านการตลาด” นี่คือข้อความในเว็บไซต์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่่บอกถึงเป้าหมายของสโมสร

สุดท้ายแล้วคงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจหาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะประสบความสำเร็จกับเส้นทางธุรกิจ เพราะพวกเขามีความตั้งใจจริงกับการหาเงินเข้าสู่สโมสรโดยไม่ต้องง้อผลงานของทีมในสนาม

แต่สำหรับแฟนบอล นี่ไม่ใช่สถานการณ์ที่น่าพอใจ การที่ทีมปีศาจแดงแสดงให้เห็นว่าสโมสรสามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งการคว้าแชมป์ ทำให้ทีมดูขาดความทะเยอทะยาน ความทุ่มเท ความกระหายที่จะเป็นแชมป์

แม้ว่าในความเป็นจริงการคว้าแชมป์จะถือเป็นเรื่องดีและส่งผลดีกับธุรกิจฟุตบอลแน่นอน แต่แน่นอนว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ต้องลงทุนมากกว่าเดิม ซึ่งดูเหมือนว่าผู้บริหารของทีมจะไม่อยากเดินไปทางนั้นแต่อย่างใด

อีกสิ่งหนึ่งที่บ่งบอกได้ชัดคือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยุคปัจจุบันวางเป้าหมายผลงานในสนามชัดเจนว่า เน้นแค่การจบ Top 4 เป็นสำคัญเท่านั้น เพราะตั้งแต่หลังยุคเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เป็นต้นมา ทีมปีศาจแดงจะปลดผู้จัดการทีมหากทีมพลาดพื้นที่ยุโรปถ้วยใหญ่เท่านั้น

เดวิด มอยส์ ถูกปลดหลังไม่สามารถพาแมนฯ ยูไนเต็ด ไปแชมป์เปี้ยนส์ลีก, หลุยส์ ฟาน กัล ถูกปลดทั้งที่พาทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ แต่การพาทีมจบอันดับ 5 ก็ทำให้เขาถูกตะเพิดออกจากตำแหน่ง, โชเซ่ มูรินโญ่ ถูกปลดจากตำแหน่งกลางฤดูกาล เช่นเดียวกับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่ทั้งสองรายโดนปลดทันทีหลังมีแนวโน้มว่าจะพาทีมไม่ได้ไปเล่นฟุตบอลยูซีแอล

ผู้จัดการทีมทุกคนที่เรากล่าวมาไม่มีใครเคยพาทีมปีศาจแดงใกล้เคียงกับการเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก แต่ไม่มีใครเคยถูกปลดเพราะพาทีมพลาดแชมป์ เห็นได้จากชัดเจนจากยุคของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่เขาพาทีมไปไม่ถึงแชมป์อยู่หลายครั้ง แต่บอร์ดบริหารก็ไม่เคยคิดจะปลดเขาออกตำแหน่งเลย ทว่าเมื่อทีมดูหมดโอกาสที่จะลุ้นพื้นที่ยุโรป ทีมก็ตัดสินใจปลดเขาออกจากตำแหน่งทันที

เหตุผลที่ผู้บริหารแมนฯ ยูไนเต็ด เห็นความสำคัญกับการไปเล่นฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ยิ่งกว่าการได้ถ้วยแชมป์ เพราะการไปเล่นฟุตบอลยุโรปถ้วยใหญ่คือการได้รับรายได้มหาศาล ทั้งค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด รวมถึงเงินจากสปอนเซอร์

นอกจากนี้ การได้ไปเล่นฟุตบอลยูซีแอล คือการรับประกันว่าสโมสรยังคงเป็นทีมระดับท็อปของลีกอยู่ อีกทั้งสำหรับผู้บริหารแมนฯ ยูไนเต็ด ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก คือฟุตบอลระดับบิ๊กลีกที่สำคัญอย่างมากในการแสดงภาพว่าสโมสรนี้อยู่ระดับเดียวกับ บาร์เซโลน่า, เรอัล มาดริด หรือ บาเยิร์น มิวนิค ที่เป็นสโมสรซึ่งมีมูลค่าการตลาดในระดับใกล้เคียงกัน

ความจริงที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ตอนนี้มองแค่การจบ 4 อันดับแรกมากกว่าการต้องการไปให้ไกลถึงการเป็นแชมป์ เพราะสุดท้ายพวกเขาก็มองถึงการสร้าง “แบรนด์” มากกว่า และจนถึงปัจจุบันมันก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่า พวกเขาประสบความสำเร็จกับการยังคงเป็นสโมสรฟุตบอลที่กวาดเงินจำนวนมาก แม้จะขาดการได้ถ้วยแชมป์ไม่เหมือนยุครุ่งเรืองในอดีต

สุดท้ายความจริงที่แฟนฟุตบอลทั่วโลกต้องยอมรับไม่ใช่แค่แฟนแมนฯ ยูไนเต็ด เพราะความจริงวันนี้คือโลกฟุตบอลคือธุรกิจ และเจ้าของทีมในลีกระดับสูงต่างก็มองถึงผลประโยชน์มากกว่าถ้วยแชมป์กันทั้งนั้น แฟนบอลอย่างเรา ๆ ก็ทำได้แค่ทำใจยอมรับกับความจริงข้อนี้

UFABETWIN